Monthly Archives: June 2016

3 ข้อดี…ที่ควรงีบหลับ!

3 ข้อดี…ที่ควรงีบหลับ!

3 ข้อดี…ที่ควรงีบหลับ!

3 ข้อดี…ที่ควรงีบหลับ!

หลายคนอาจตัดสินว่าคนที่งีบหลับในช่วงกลางวัน กลายเป็นขี้เกียจไปแล้ว แต่อันที่จริงการนอนกลางวันไม่ได้ทำให้ดูเหมือนคนแก่ แต่จะทำให้สมองของคุณคุณเฉียบแหลมขึ้นต่างหาก เพราะการศึกษาเมื่อปี 2010 ของ City University of New York พบว่า คนที่นอนกลางวันจะมีความจำดีกว่า แต่คุณต้องงีบให้พอเหมาะ แล้วลองคิดดูว่า บุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ เช่น นโปเลียน โบนาปาร์ท, อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, ลิโอนาร์โด ดาวินชี่ และคนอื่นๆ ก็ถูกกล่าวว่าเป็นนักงีบตัวยงด้วยกันทั้งนั้น และผลการวิจัยล่าสุดพบหลักฐานว่าการได้งีบหลับในช่วงบ่ายอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับความง่วง ปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น และเอาชนะความเซื่องซึมในช่วงบ่ายได้

โดยการงีบหลับช่วยให้ชีวิตทางสังคมของเราดีขึ้นถึง 3 ข้อ นั่นก็คือ

  1. การงานดีขึ้น

การงีบหลับพียงชั่วครู่ จะทำให้ประสิทธิภาพทางความจำ เพิ่มมากขึ้น สำหรับคนที่ทำงานเป็นคนขับรถบรรทุกสินค้า, เจ้าหน้าที่ตำรวจ, ทหาร, แพทย์ และงานที่ต้องใช้ความปลอดภัยสูง ความตื่นตัวจึงอาจหมายถึงความเป็นความตาย การงีบหลับสามารถกระตุ้นการปฏิบัติงานได้ 34% และกระตุ้นความตื่นตัวได้ 54% ที่มีเวลานานถึง 2-3 ชั่วโมง

  1. น่าคบมากขึ้น

เมื่อคุณงีบหลับ ในสมองของคุณจะปรับสมดุล ช่วยให้วิธีคิด และวิธีเข้าสังคมของคุณดีขึ้น ไม่ว่าคุณจะฟุบงีบบนโต๊ะ หรือจะได้นอนแบบจริง ๆ จัง ๆ นั้น จะถือเป็นเวลาที่คุณจะได้ผ่อนคลายอย่างสบายทีเดียว โดยมีผลวิจัยทางการแพทย์ออกมาระบุว่าการงีบเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยลดฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความเครียดได้ด้วย

  1. ชีวิตเซ็กส์รื่นรมย์ขึ้น

เพราะ การงีบหลับทำให้ฮอร์โมนเพศทำงานเป็นปกติ และมีแนวโน้มช่วยลดปัญหาคู่รักลงได้ และยังสร้างความกระตือรือร้นอีกด้วย โดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิคาโก้ ได้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายกับวัยรุ่นหนุ่ม 11 คนพบว่า ใครที่นอนเพียงแค่ 4 ชั่วโมงต่อวันนั้น จะมีอาการอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อมีการงีบหลับสักแค่ 20 นาที อาการอิดโรยต่าง ๆ ก็หายไปซะดื้อ ๆ แถมยังช่วยให้มีแรงไปทำสิ่งอื่น ๆ ได้เหมือนกับคนที่พักผ่อนอย่างเพียงพออีกต่างหาก แต่อย่างไรก็ดี จากอาการต่าง ๆ ที่บอกว่าหายไปนั้นจะหายไปเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น จะไม่เกิดความกระตือรือร้นไปตลอดทั้งวันแต่อย่างใด

 

การงีบระหว่างวัน ควรใช้เวลาเพียงแค่ 10-12 นาที แต่หากต้องการนอนยาว 2-3 ชั่วโมง หรือนอนเต็มที่แค่ไหนก็ไม่พอ ก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์โดยด่วน เพื่อมีปัญหาสุขภาพจะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที

‘นกเขาไม่ขัน’ บรรเทาได้ด้วยวิธีธรรมชาติ

‘นกเขาไม่ขัน’ บรรเทาได้ด้วยวิธีธรรมชาติ

‘นกเขาไม่ขัน’ บรรเทาได้ด้วยวิธีธรรมชาติ

‘นกเขาไม่ขัน’ บรรเทาได้ด้วยวิธีธรรมชาติ

ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ ‘นกเขาไม่ขัน’ หรือ Erectile Dysfunction (ED) มีหลายวิธีในการบำบัดและบรรเทา อาทิ การใช้ยา การใช้อุปกรณ์ช่วยบำบัด (เช่น ปั๊มสุญญากาศ) การใช้สิ่งเทียมอวัยวะเพศชาย การผ่าตัดเส้นเลือดในอวัยวะเพศชาย เป็นต้น

 

นอกจากการรักษาด้วยวิทยาการทางการแพทย์แล้ว ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศยังสามารถเลือกวิธีการทางธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพได้อีกด้วย … มีอะไรบ้าง ไปดูกัน

 

  1. กินโสมเกาหลี (Panax)

งานวิจัยเมื่อปี 2008 ด้วยการให้กลุ่มตัวอย่างกินโสมเกาหลีราว 600 ถึง 1,000 มิลลิกรัม สามครั้งต่อวัน ผลวิจัยสรุปได้ว่า โสมเกาหลีมีคุณสมบัติบางประการที่ช่วยบำบัดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้

 

  1. กินพืชสมุนไพร

พืชฯนั้นคือ Rhodiola Rosea หรือที่ถูกเรียกว่า ‘สมุนไพรViagra’ ผลงานวิจัยเล็กๆชิ้นหนึ่งพบว่า ชายจำนวน 26 จากทั้งหมด 35 คน ที่ได้กินพืชสมุนไพร Rhodiola Rosea วันละ 150 ถึง 200 มิลลิกรัม ติดต่อกันนาน 3 เดือน ต่างล้วนมีพัฒนาการทางเพศเชิงบวกมากกว่าก่อนหน้านั้น

 

  1. รับฮอร์โมน Dehydroepiandrosterone (DHEA)

DHEA คือฮอร์โมนธรรมชาติที่ร่างกายสามารถผลิตได้เองจากต่อมหมวกไต มีคุณสมบัติแปรสภาพเป็นได้ทั้ง testosterone หรือฮอร์โมนเพศชาย และ estrogen หรือฮอร์โมนเพศหญิง โดยร่างกายสามารถรับฮอร์โมน DHEA เพิ่มเติมได้จากกลอยและถั่วเหลือง โดยเฉพาะที่ถูกสกัดให้อยู่ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

 

ผู้ชายที่เข้าสู่ภาวะ ED มีแนวโน้มที่ระดับฮอร์โมน DHEA อาจต่ำลง ผลการศึกษาวิจัยที่ถูกเผยแพร่ในปี 1999 พบว่า ชายกลุ่มตัวอย่างซึ่งได้รับ DHEA 50 มิลลิกรัม เป็นเวลา 6 เดือน จำนวน 20 จาก 40 คน มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศดีกว่าชายอีกที่เหลืออีก 20 คน ซึ่งได้รับยาหลอก (หรือ ยาที่ไม่มีฤทธิ์ทางยา) ในช่วงระยะเดียวกัน

 

  1. รับแอล-อาร์จินีน

L-Arginine เป็นกรดอะมิโนธรรมชาติที่อยู่ในร่างกาย มันสามารถสร้างไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ที่มีส่วนช่วยการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย มีงานศึกษาและวิจัยในปี 1999 เกี่ยวกับผลของ L-Arginine ที่มีต่อภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ พบว่า 31 เปอร์เซ็นต์ของชายกลุ่มตัวอย่างที่มีภาวะ ED และได้รับ L-Arginine วันละ 5 กรัม ต่างก็มีพัฒนาการทางเพศเชิงบวกมากกว่าก่อนหน้านั้น

 

อีกหนึ่งงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า กลุ่มตัวอย่างกว่า 80 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ สามารถมีพัฒนาการทางเพศที่ดีขึ้นภายใน 2-3 เดือน หลังได้รับ L-Arginine ร่วมกับสารสกัดจากเปลือกสน หรือ Pycnogenol

 

  1. รับการฝังเข็ม

ในปี 1999 มีผลการศึกษาและวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่า กว่าร้อยละ 39 ของชายกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการฝังเข็ม ต่างมีอวัยวะเพศที่สามารถแข็งตัวและใช้ทำกิจกรรมทางเพศได้ และยังมีผลการศึกษาที่ตีพิมพ์เผยแพร่ภายหลัง (ปี 2003) กล่าวไว้ว่า ร้อยละ 21 ของผู้ที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศที่ดีขึ้นหลังได้รับการฝังเข็ม, จริงอยู่ ผลการศึกษาอื่นๆอาจแตกต่างหรือขัดแย้งกัน แต่การรักษาด้วยวิธีฝังเข็ม จัดได้ว่าส่งผลดีและมีศักยภาพในระดับน่าพอใจ

 

นอกจาก 5 วิธีที่กล่าวข้างต้น การบำบัดและบรรเทาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ยังมีวิธีธรรมชาติอื่นๆ อาทิ กินอาหารเสริมแร่ธาตุสังกะสี (zinc) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้มีระดับ zinc ในร่างกายต่ำ, กินสารสกัดจาก(ใบ)แป๊ะก๊วย (Gingko) รวมถึงกินสารสกัดจากโสมอินเดีย (Ashwagandha) เป็นต้น