Category Archives: สาระน่ารู้

จริงหรือเปล่าที่การดูหนังโป๊ทำให้สมองเสื่อม?

จริงหรือเปล่าที่การดูหนังโป๊ทำให้สมองเสื่อม? ในยุคออนไลน์ที่แทบทุกคนสามารถมีมุมส่วนตัวในบ้านหรือในห้องและเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่าย สื่อกระตุ้นอารมณ์เพศในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว (หนังโป๊) หรือต่างประเทศจะใช้คำว่า Pornก็เข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ด้วยความแพร่หลายมากขึ้นของสื่อชนิดนี้ จึงน่าสนใจว่ามันมีผลต่อผู้คนโดยเฉพาะการทำงานของสมองอย่างไร

นักวิจัยจากสถาบัน Max Planck Institute for Human Development ในเยอรมัน จึงตั้งกรอบการวิจัยว่า “ปริมาณการดูหนังโป๊จะมีผลต่อสมองในทางใดบ้าง?” จึงได้จัดหาอาสาสมัคร “เพศชาย” จำนวน 64 คน ในช่วงอายุ 21 – 45 ปี ที่มีปริมาณการดูหนังโป๊มากน้อยต่างกัน โดยให้อาสาสมัครกรอกข้อมูลเวลาการเสพสื่อดังกล่าวต่อสัปดาห์ (ไม่ได้บังคับให้กลุ่มทดลองนั่งดูหนังโป๊ซึ่งผิดมนุษยธรรมแต่อย่างใด)

การวัดผล:
วัดปริมาตรของเนื้อสมอง (Grey matter) ด้วยวิธี voxel-based morphometry
วัดปริมาณกิจกรรมกระแสประสาทด้วยวิธี 3-T MRI scan (แสกนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า)

นักวิจัยพบว่าปริมาณชั่วโมงการดูหนังโป๊ต่อสัปดาห์เกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญต่อการลดลงของปริมาตรเนื้อสมองในส่วน right caudate ซึ่งทำงานในส่วนที่เกี่ยวกับการ “ให้รางวัล” (http://en.wikipedia.org/wiki/Reward_system) และด้านที่ทำให้มีความตื่นตัวในกิจกรรมประจำวัน

เท่านั้นยังไม่พอ นักวิจัยพบว่ากิจกรรมกระแสประสาทของสมองในส่วน left putamen ที่มีส่วนให้เรา “เกิดอารมณ์” เมื่อเห็นภาพยั่วยวน ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

อย่างไรก็ดีนักวิจัยยังไม่สามารถสรุปว่าปริมาณการดูหนังโป๊ที่มากจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและโครงสร้างสมองในระยะยาวหรือไม่ จะทำให้คนดูหนังโป๊มากกลายเป็นมนุษย์เฉื่อยชาในที่สุดหรือไม่ แต่ก็ได้ให้ความเห็นว่ามีความ “เป็นไปได้”

หนึ่งในนักวิจัยพูดทิ้งท้ายไว้ว่า “โดยทั่วไป สิ่งที่เราทำเป็นกิจวัตรจะเปลี่ยนโครงสร้างและการทำงานภายในสมองของเรา”

เรื่องที่ทุกคนต้องรู้เกี่ยวกับสาเหตุของอาการคันทางทวารหนัก

เรื่องที่ทุกคนต้องรู้เกี่ยวกับสาเหตุของอาการคันทางทวารหนัก

เรื่องที่ทุกคนต้องรู้เกี่ยวกับสาเหตุของอาการคันทางทวารหนัก

 

อาการคันนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และมีคนจำนวนไม่น้อยที่มีอาการคันทางทวาร  โดยเฉพาะในกลุ่มของรักร่วมเพศกันทางทวารหนัก  ซึ่งอาการคันนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ที่สำคัญเมื่อเกิดอาการขึ้นก็มักจะสร้างความกังวลใจให้กับคนที่มีอาการ  ว่าตกลงอาการคันนั้นจะเป็นอันตรายหรือไม่  ซึ่งในวันนี้เราก็จะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน  โดยอาการคันส่วนใหญ่ที่พบมักมีสาเหตุดังต่อไปนี้

  • เกิดขึ้นจากพยาธิ ซึ่งที่พบบ่อยๆจะเป็นพยาธิประเภทของเส้นดายหรือพยาธิเข็มหมุด  ตัวแก่ของพยาธิจะมีสีขาว มีลักษณะคล้ายกับเส้นหมี่ขาว ในแต่ละตัวจะยาวประมาณ 0.5 – 1 เซนติเมตร  ที่หลายคนมีอาการคันก็เนื่องมาจากเมื่อพยาธิได้รับการผสมพันธ์จากตัวผู้   จะคลานออกมาไข่ที่ทวารหนักนั้นเอง
  • เกิดจากการติดเชื้อรา โดยส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นเชื้อราแคนดิด้า  ที่มีสาเหตุมาจากการอับชื้นหรือบางคนก็ติดเชื้อมาจากคู่นอนของตัวเอง  ทั้งนี้ก็อาจจะเป็นผลมาจากปัจจัยที่เป็นตัวเสริมก็สามารถทำให้เกิดเชื้อราขึ้นได้เช่นกัน อาทิเช่น  การทานยาปฏิชีวนะเป็นประจำ  ป่วยโรคเบาหวาน  ภูมิแพ้  หรือ ติดเชื้อเอชไอวี  ฯลฯ
  • เกิดขึ้นจากโรคลำไส้อักเสบ มะเร็งลำไส้   อาการท้องอืด  ถ่ายเป็นเลือดอยู่บ่อยๆ  สาเหตุเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดระคายเคืองทางทวารทำให้หลายคนเกิดอาการคัน  นอกจากนี้แล้วก็อาจจะเป็นผลมาจากโรคผิวหนังที่เกิดขึ้น  อย่างเช่น  ผิวหนังอักเสบ  ภูมิแพ้ทางผิวหนัง  รูขุมขนอักเสบ  ทำให้เกิดอาการคับรอบๆทวารหนัก
  • เกิดขึ้นจากฝีคัณฑสูตร และโรคริดสีดวงทวาร โดยฝีคัณฑสูตรเป็นฝีที่เกิดขึ้นมาจากรูที่เชื่อมต่อระหว่างลำไส้กับผิวหนังบริเวณรอบทวาร  มีหนองหรือน้ำเหลืองไหลออกมาที่รูดังกล่าวส่งผลทำให้คนที่เป็นเกิดอาการคัน  ส่วนโรคริดสีดวงทางทวาร  เกิดขึ้นมาจากการเต่งของเส้นเลือดขอดที่บริเวณรูทวารหนัก ทำให้เกิดอาการคันที่รู
  • เกิดจากหูดหงอนไก่ที่ทวารหนัก ซึ่งหูดหงอนไก่บางจะเป็นชนิดแบนราบ ส่งผลทำให้ไม่สามารถสังเกตได้ว่าเป็นหูด จึงทำให้เกิดอาการคัน  หรือไม่บางครั้งก็อาจจะเกิดจากติ่งเนื้อที่บริเวณทวารหนัก โดยส่วนใหญ่จะเป็นติ่งเล็กยื่นออกมา
  • เกิดขึ้นจากการทานอาหาร อประเภทของหมักดอง อาหารรสจัด  ก็สามารถที่จะส่งผลทำให้เกดการระคายเคืองบริเวณทวารหนักได้เช่นกัน
  • เกิดขึ้นจากสภาพทางจิตใจ เนื่องจากบางคนชอบที่จะเกาก้น ทั้งๆที่ไม่เป็นอะไร  หรือบางครั้งก็เกิดมาจากบริเวณทวารแห้งจนมากเกิน

สรุปได้ว่า อาการคันทางทวารสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ทั้งเกิดจากพยาธิ  การติดเชื้อรา  โรคทางผิวหนัง  การทานอาหาร  ฯลฯ  ซึ่งไม่ว่าจะเกิดสาเหตุอะไรก็ตาม หากมีอาการก็ควรที่จะไปพบแพทย์จะดีกว่า เพื่อเข้ารับการตรวจหาสาเหตุและเข้ารับการรักษาต่อไป  ดีกว่ามานั่งกังวลว่าอาการคันเกิดขึ้นมาจากสาเหตุอะไร

ดูหนังโป๊มากเกินไป...อาจก่อให้เกิดผลเสีย

ดูหนังโป๊มากเกินไป…อาจก่อให้เกิดผลเสีย

ดูหนังโป๊มากเกินไป...อาจก่อให้เกิดผลเสีย

ดูหนังโป๊มากเกินไป…อาจก่อให้เกิดผลเสีย

โดยความจริงแล้วการดูหนังโป๊ไม่ใช่เรื่องที่แปลกหรือผิดอะไร  เนื่องจาการดูหนังโป๊นั้นเปรียบเสมือนกับการตอบสนองในเรื่องของความต้องการทางเพศอย่างหนึ่ง  ซึ่งความต้องการที่ว่านั้นมีอยู่ในตัวของทุกคนและบางครั้งหนังโป๊ก็สามารถทำให้ชีวิตคู่ของหลายๆคนมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น  แต่รู้หรือไม่ว่าเมื่อไรที่ดูหนังโป๊มากจนเกินไปถึงขั้นว่าเสพติดการดู ถ้าเป็นอย่างนั้นไม่ดีแน่ๆเพราะอาจจะส่งผลเสียต่อชีวิตคู่ของคุณเองก็ได้ ว่าแต่เพราะอะไรในเราไปหาสาเหตุพร้อมๆกันเลยดีกว่า

ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องมาจากหนังโป๊จัดว่าเป็นสื่อลามกประเภทหนึ่งที่สามารถตอบสนองพฤติกรรมพื้นฐานของมนุษย์อย่างเราๆได้  แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า  มนุษย์เองจำเป็นที่จะต้องเสพสื่อเหล่านี้เป็นประจำ  เพราะการเสพสื่อเหล่านี้เป็นประจำหรือมากๆอาจจะส่งผลก่อให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ ยิ่งมนยุคปัจจุบันที่เราเองสามารถเข้าถึงสื่อพวกนี้ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น  ยิ่งส่งผลทำให้เราเสพติดกับสิ่งพวกนี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ตรงกันข้ามโอกาสที่จะมีเซ็กส์ที่เกิดขึ้นมักไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ  และเมื่อไรก็ตามที่ไม่สามารถมีเซ็กส์ได้ทางออกที่จะช่วยลดอารมณ์ได้นั้นก็คือ  การสำเร็จความใคร่  หากเป็นเช่นนี้บ่อยๆในเรื่องของความต้องการที่อยากจะมีเซ็กส์กับคู่รักจริงๆก็จะค่อยๆ ลดลงน้อยลงไปเรื่อยๆ จนไม่อยากจะมีขึ้นมาเลยก็เป็นได้   ส่วนอีกหนึ่งผลเสียของการเสพติดหนังโป๊ นั้นก็คือ  จะส่งผลทำให้คนเรามีโลกจิตนาการที่เหนือความจริง  เนื่องจากคุณเองได้ถูกกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกที่เหนือความจริงทั้งในเรื่องของภาพและเสียงที่ส่งผลทำให้เกิดจิตนาการตามและมีความสุข  และเมื่อมีเซ็กส์แล้วนำเอาเทคนิคในหนังโป๊มาใช้กับคู่รัก ซึ่งทำแล้วมันความรู้สึกที่ได้มันไม่เร้าใจเหมือนกับที่ดูในหนัง  ก็อาจจะส่งผลทำให้ความรู้สึกทางเพศลดน้อยลงได้   และเชื่อหรือไม่ว่ามีคนจำนวนไม้น้อยที่มักจะนำเอาเทคนิคและท่าทางจากหนังโป๊ที่ดูมาใช้กับการมีเซ็กส์จริงๆ และมักจะชอบให้คนรักทำตามแบบในหนัง  หากสิ่งนั้นเป็นความต้องการของทั้งสองฝ่ายก็น่าจะไปได้สวย แต่เมื่อไรก็ตามที่ไม่ใช่ล่ะก็แทนที่จะมีความสุขร่วมกัน ก็อาจได้เป็นความรู้สึกฝืนใจกันแทนก็ได้  จนทำให้ไม่มีความสุขกับการมีเซ็กส์และสุดท้ายความต้องการทางเพศก็จะลดน้อยลงเรื่อยๆ

เพราะฉะนั้นแล้ว เพื่อลดโอกาสในการเสพติดหนังโป๊มากเกินไป  ควรที่จะลดการรับชมสื่อเหล่านี้ลงบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้เลิกดูนะ แต่ควรที่จะดูในระดับที่พอดีไม่มากจนเกินไป เพราะยิ่งดูมากเท่าไรก็อาจจะยิ่งให้คุณถลำลึกลงไปมากเท่านั้น ซึ่งมันอาจส่งผลต่อชีวิตคู่ในระยะยาวก็ได้

‘นกเขาไม่ขัน’ บรรเทาได้ด้วยวิธีธรรมชาติ

‘นกเขาไม่ขัน’ บรรเทาได้ด้วยวิธีธรรมชาติ

‘นกเขาไม่ขัน’ บรรเทาได้ด้วยวิธีธรรมชาติ

‘นกเขาไม่ขัน’ บรรเทาได้ด้วยวิธีธรรมชาติ

ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ ‘นกเขาไม่ขัน’ หรือ Erectile Dysfunction (ED) มีหลายวิธีในการบำบัดและบรรเทา อาทิ การใช้ยา การใช้อุปกรณ์ช่วยบำบัด (เช่น ปั๊มสุญญากาศ) การใช้สิ่งเทียมอวัยวะเพศชาย การผ่าตัดเส้นเลือดในอวัยวะเพศชาย เป็นต้น

 

นอกจากการรักษาด้วยวิทยาการทางการแพทย์แล้ว ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศยังสามารถเลือกวิธีการทางธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพได้อีกด้วย … มีอะไรบ้าง ไปดูกัน

 

  1. กินโสมเกาหลี (Panax)

งานวิจัยเมื่อปี 2008 ด้วยการให้กลุ่มตัวอย่างกินโสมเกาหลีราว 600 ถึง 1,000 มิลลิกรัม สามครั้งต่อวัน ผลวิจัยสรุปได้ว่า โสมเกาหลีมีคุณสมบัติบางประการที่ช่วยบำบัดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้

 

  1. กินพืชสมุนไพร

พืชฯนั้นคือ Rhodiola Rosea หรือที่ถูกเรียกว่า ‘สมุนไพรViagra’ ผลงานวิจัยเล็กๆชิ้นหนึ่งพบว่า ชายจำนวน 26 จากทั้งหมด 35 คน ที่ได้กินพืชสมุนไพร Rhodiola Rosea วันละ 150 ถึง 200 มิลลิกรัม ติดต่อกันนาน 3 เดือน ต่างล้วนมีพัฒนาการทางเพศเชิงบวกมากกว่าก่อนหน้านั้น

 

  1. รับฮอร์โมน Dehydroepiandrosterone (DHEA)

DHEA คือฮอร์โมนธรรมชาติที่ร่างกายสามารถผลิตได้เองจากต่อมหมวกไต มีคุณสมบัติแปรสภาพเป็นได้ทั้ง testosterone หรือฮอร์โมนเพศชาย และ estrogen หรือฮอร์โมนเพศหญิง โดยร่างกายสามารถรับฮอร์โมน DHEA เพิ่มเติมได้จากกลอยและถั่วเหลือง โดยเฉพาะที่ถูกสกัดให้อยู่ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

 

ผู้ชายที่เข้าสู่ภาวะ ED มีแนวโน้มที่ระดับฮอร์โมน DHEA อาจต่ำลง ผลการศึกษาวิจัยที่ถูกเผยแพร่ในปี 1999 พบว่า ชายกลุ่มตัวอย่างซึ่งได้รับ DHEA 50 มิลลิกรัม เป็นเวลา 6 เดือน จำนวน 20 จาก 40 คน มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศดีกว่าชายอีกที่เหลืออีก 20 คน ซึ่งได้รับยาหลอก (หรือ ยาที่ไม่มีฤทธิ์ทางยา) ในช่วงระยะเดียวกัน

 

  1. รับแอล-อาร์จินีน

L-Arginine เป็นกรดอะมิโนธรรมชาติที่อยู่ในร่างกาย มันสามารถสร้างไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ที่มีส่วนช่วยการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย มีงานศึกษาและวิจัยในปี 1999 เกี่ยวกับผลของ L-Arginine ที่มีต่อภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ พบว่า 31 เปอร์เซ็นต์ของชายกลุ่มตัวอย่างที่มีภาวะ ED และได้รับ L-Arginine วันละ 5 กรัม ต่างก็มีพัฒนาการทางเพศเชิงบวกมากกว่าก่อนหน้านั้น

 

อีกหนึ่งงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า กลุ่มตัวอย่างกว่า 80 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ สามารถมีพัฒนาการทางเพศที่ดีขึ้นภายใน 2-3 เดือน หลังได้รับ L-Arginine ร่วมกับสารสกัดจากเปลือกสน หรือ Pycnogenol

 

  1. รับการฝังเข็ม

ในปี 1999 มีผลการศึกษาและวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่า กว่าร้อยละ 39 ของชายกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการฝังเข็ม ต่างมีอวัยวะเพศที่สามารถแข็งตัวและใช้ทำกิจกรรมทางเพศได้ และยังมีผลการศึกษาที่ตีพิมพ์เผยแพร่ภายหลัง (ปี 2003) กล่าวไว้ว่า ร้อยละ 21 ของผู้ที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศที่ดีขึ้นหลังได้รับการฝังเข็ม, จริงอยู่ ผลการศึกษาอื่นๆอาจแตกต่างหรือขัดแย้งกัน แต่การรักษาด้วยวิธีฝังเข็ม จัดได้ว่าส่งผลดีและมีศักยภาพในระดับน่าพอใจ

 

นอกจาก 5 วิธีที่กล่าวข้างต้น การบำบัดและบรรเทาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ยังมีวิธีธรรมชาติอื่นๆ อาทิ กินอาหารเสริมแร่ธาตุสังกะสี (zinc) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้มีระดับ zinc ในร่างกายต่ำ, กินสารสกัดจาก(ใบ)แป๊ะก๊วย (Gingko) รวมถึงกินสารสกัดจากโสมอินเดีย (Ashwagandha) เป็นต้น